ข้อมูลต่อไปนี้มาจาวิกิพีเดีย ประเทศไทย
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 เป็นรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จ ครั้งที่ 10 ในประเทศไทย เกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นำโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน โดยมีการยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินก่อนหน้านี้ของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี แล้วประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินมายาวนาน
วันที่ 19 กันยายน 2549
- เวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 19 กันยายน มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. อ้างว่ากระชั้นชิดเกินไป ทำให้ต่อมามีกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหาร แพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบรัฐบาล และเริ่มกระจายสู่ภายนอก โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์
- เวลาประมาณ 12.00 น. หลังการประชุม ครม. โดยผ่านระบบเวบแคมเมอรา รัฐมนตรีหลายรายได้สอบถามผู้สื่อข่าวถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างตื่นเต้น
- เวลา 18.30 น. มีข่าวกำลังทหารหน่วยรบพิเศษจาก จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯ มีข่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ข่าวระบุว่า เป็นเรื่องการทำบุญ หม่อมหลวงบัว
- เวลา 18.55 น. สำนักข่าวไทยรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศเลื่อนเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้นจากวันที่ 22 กันยายน เป็น 05.00 น. วันที่ 21 กันยายนแทน
- เวลา 20.00 น. ตำรวจ 191 เบิกอาวุธเอ็ม 16 ไปรอเตรียมพร้อมที่กองกำกับการ 2 (ป้องกันและปราบปรามจลาจล) ถ.วิภาวดีรังสิต
- เวลาประมาณ 21.00 น. กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยสงครามพิเศษลพบุรี เข้ามาประจำการที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มีผู้โพสต์ข้อความถามถึงข่าวลือปฏิวัติในเว็บพันทิป
- เวลา 21.10 น. รถถ่ายทอดสด (โอบี) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) เข้า บก.ทบ.
- เวลาประมาณ 21.30 น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ตัดรายการปกติ เปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี
- เวลาประมาณ 21.30 น. กลุ่มผู้สื่อข่าวได้เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ตำรวจยังคงรักษาทำเนียบรัฐบาลเป็นปกติ ท่ามกลางข่าวลือว่ามีการนำกำลังเข้าควบคุมตัว พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการ รมว.กลาโหม ขณะที่มีอีกกระแสข่าวว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบรัฐบาลมีคำสั่งห้ามคนนอกเข้าไปเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้สื่อข่าวบางส่วนออกมา ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องไปรอจับกลุ่มออกันอยู่บริเวณหน้าทำเนียบเป็นจำนวนมาก
- เวลา 21.30 น. น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้านหลังตึกไทย ไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางตามเข้ามาแต่ไม่ได้ลงจากรถ ก่อนที่ น.พ.พรหมินทร์ จะหอบเอกสารปึกใหญ่เดินขึ้นรถ พล.ต.อ.ชิดชัย และเคลื่อนออกไปจากทำเนียบด้วยกัน
- เวลาประมาณ 21.30 น. กำลังคอมมานโดตำรวจกองปราบปรามได้เดินทางไปรักษาความปลอดภัยที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
- เวลา 22.00 น. ขบวนรถถังเคลื่อนเข้าคุมเชิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และ ถ.ราชดำเนิน
- เวลาประมาณ 22.00 น. สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานสด (เบรกกิ่งนิวส์) สถานการณ์ในเมืองไทย หลังมีผู้เห็นกองกำลังทหารออกคุมกำลังตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ
- เวลา 22.15 น. ทหารจำนวนมาก ออกมาตรึงกำลังตามถนนต่างๆ ตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึง ถ.ราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดี สี่แยกราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเต็มยศเป็นผู้ควบคุมกำลัง
- เวลาประมาณ 22.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกฯ ได้โทรศัพท์สั่งการไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เตรียมการถ่ายทอดสดเสียงตนเองผ่านทางโทรศัพท์จากนิวยอร์ก แต่ขณะที่กำลังรอสาย ทหารได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในช่อง 11 ได้ก่อน โดยได้นำเจ้าหน้าที่ช่อง 11 ทั้งหมดไปควบคุมไว้ยังห้องโถง ตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนถึงเวลา 00.30 น. จึงปล่อยตัวออกจากสถานี
- เวลา 22.13 น. สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท พ.ต.ท.ทักษิณ ออกประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมพื้นที่กรุงเทพฯ ระบุอยู่ในขั้นรุนแรง และให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้รายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย และตั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. คุมอำนาจแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน
- เวลา 22.17 น. สัญญาณช่อง 9 อสมท ถูกตัดลง หน้าจอโทรทัศน์ดับสนิทชั่วครู่ โดยมีรายงานว่า เพราะทหารตัดไฟสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะตัดเข้าโฆษณาสินค้าประมาณ 2 ตัว ก่อนจะตัดเข้าสู่รายการปกติ โดยมีรายงานข่าวว่ากำลังทหารบุกเข้าควบคุมที่ห้องส่งสัญญาณออกอากาศ พร้อมควบคุมตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท
- เวลา 22.25 น. สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องตัดเข้ารายการเพลง เปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี ยกเว้นช่อง 9 และช่อง 3 ที่นำเสนอรายการปกติ โดยมีรายงานข่าวว่า มีกำลังทหารเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง โดยเฉพาะช่อง 9 อสมท และไอทีวี
- เวลา 22.30 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องเริ่มเชื่อมสัญญาณกับ ททบ.5 และเปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี แม้แต่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างเอเอสทีวี ยกเว้นเนชั่นแชนนัล ทางสถานีโทรทัศน์ไททีวี ช่อง 1 ที่ยังคงรายงานสถานการณ์ได้ตามปกติ
- เวลา 22.30 น. มีรายงานข่าวว่า มีรถถ่ายทอดสดไปที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์เพื่อเตรียมถ่ายทอดสด
- เวลา 22.30 น. มีรายงานข่าวว่า กำลังทหารส่วนหนึ่งได้เข้าควบคุมตัว พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.กองปราบปรามและ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต (เสธ.ไอซ์) ที่ปรึกษากองทัพบก
- เวลา 22.35 น. เนชั่นแชนนัล ถูกเชื่อมสัญญาณเหมือนทุกช่อง
- เวลา 22.54 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องได้ขึ้นโลโก้สถานีรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พร้อมขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก พร้อมเปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด"
- เวลา 22.57 น. สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นแพร่รถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายใน กทม. ช่วงหนึ่งได้แพร่ภาพกลุ่มชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปกำลังทหารเหล่านั้น โดยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
- เวลา 23.00 น.กำลังทหารจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ายึดอาคารชินวัตร เนื่องจากเป็นจุดสำคัญในการส่งสัญญาณสื่อสาร รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ไอทีวีและบ้านจันทร์ส่องหล้าด้วย
- เวลา 23.15 น. พล.ต.ประพาส ศกุนตนาถ อดีตโฆษก ททบ.5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำถึงสองครั้ง
- เวลา 23.30 น. เอเอสทีวีออกอากาศได้ตามปกติอีกครั้ง ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องยังคงเชื่อมสัญญาณกับ ททบ. 5 ขณะเดียวกันทหารจาก ป.พัน 21 สังกัด ร.21 ประมาณ 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือเดินทางมายังอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ที่สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนนัล โดยยืนยันว่า มาดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไป ขณะที่เนชั่นแชนนัล เริ่มออกอากาศได้อีกครั้งในเวลา 23.44 น.
- เวลา 23.59 น. ผู้บัญชาทหารทุกเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต
- พล.ต.ประพาส ศกุนตนาถ อ่านประกาศคณะปฏิรูปฯ
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 1/2549 เรื่อง มูลเหตุของการยึดอำนาจ
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 2/2549 เรื่อง ห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 3/2549 เรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 4/2549 เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน
- เวลา 5.30 น. น.ส.ทวินันท์ คงคราญ หัวหน้า ปชส. ททบ.5 อ่านคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 3/2549 แต่งตั้งให้แม่ทัพภาค 1 แม่ทัพภาค 2 แม่ทัพภาค 3 และแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่แต่ละกองทัพภาค
- เวลา 8.00 น. พล.ต.ประพาส ศกุนตนาถ แถลงว่า พล อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จะออกแถลงการณ์ในเวลา 9.00 น. และให้สถานีโทรทัศน์ออกรายการตามปกติของแต่ละสถานี
- เวลา 8.12 น. โทรทัศน์เริ่มออกอากาศรายการตามปกติ
- เวลา 9.20 น. พล อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อ่านประกาศแถลงการณ์ คณะปฏิรูปฯ พร้อมด้วยผู้นำเหล่าทัพ
- เวลา 10.45 น. น.ส.ทวินันท์ คงคราญ อ่านประกาศคณะปฏิรูปฯ
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 5/2549 เรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษา
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 6/2549 เรื่อง ความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน ชาวนา ชาวไร่
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 7/2549 เรื่อง ห้ามการเคลื่อนไหวทางการเมือง
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 8/2549 เรื่อง ห้ามการกักตุนสินค้าและขึ้นราคาสินค้า
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 9/2549 เรื่อง เรื่องพันธกรณีของประเทศไทยต่อต่างชาติ
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 10/2549 เรื่อง การขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสาร
- เวลา 11.00 น. พล.ต.ประพาส ศกุนตนาถ อ่านประกาศและคำสั่งคณะปฏิรูปฯ
- ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 11/2549 เรื่อง แต่งตั้งผู้มีอำนาจในคณะปฏิรูปฯ
- คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 4/2549 เชิญเอกอัครราชทูต มาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลา 13.00 น. และจะเปิดแถลงข่าวต่อสื่อไทยและต่างประเทศ และให้โอกาสซักถามข้อสงสัย เวลา 14.00 น.
- คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 5/2549 เรื่อง ให้กระทรวง ICT ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
แถลงการเบื้องต้น
เนื่องด้วยขณะนี้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลไว้ได้แล้ว และไม่มีการขัดขวาง เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงขอความร่วมมือประชาชนในการให้ความร่วมมือและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย
แถลงการฉบับที่ 1
คณะปฏิรูปการปกครอง ด้วยเป็นที่ปรากฏความแน่ชัดว่า การบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของชนในชาติ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะ ด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัย การบริหารราชการแผ่นดินอันส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงาน องค์กรอิสระ ถูกครอบงำทางการเมือง ไม่สามารถสนองตอบเจตนารมย์ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงชนชาวไทยบ่อยครั้ง แม้หลายภาคส่วนสังคมจะได้พยายามประนีประนอม คลี่คลายสถานการณ์มาโดยต่อเนื่องแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งยุติลงได้
ดังนั้นคณะปฏิรูปการปกครอง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยคณะปฏิรูปการปกครอง ขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง แต่จะได้คืนอำนาจการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข กลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเทิดทูนไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกคน
แถลงการฉบับที่ 2 เรื่องห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหารและตำรวจ
ให้ทหารและตำรวจทุกนายไปรายงานตัว ณ ต้นสังกัด และห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง ออกจากที่ตั้งปกติ โดยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากคณะปฏิรูปการปกครอง
แถลงการฉบับที่ 3 เรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย พ.ศ.2540
1.เลิกใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2540
2.สว สส ครม ศาลรัฐธรรมนูญ ให้หมดวาระไปพร้อมกันเลย
3.องคมนตรี(จำลอง)ไม่ถูกถอดไปด้วยนะ
4.ศาลทุกศาลยกเว้นศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจตัดสินคดีเหมือนเดิม
แถลงการณ์ฉบับที่ 4 เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน
1.อำนาจของนายกตอนที่ยังไม่มีนายก ให้เป็นของผู้นำการรัฐประหาร2.ตอนที่ยังไม่มีคนเป็นรัฐมนตรี อำนาจในกฎหมายที่บอกว่าเป็นของกระทรวงใด ให้เป็นของปลัดกระทรวงนั้น ยกเว้นผู้นำการรัฐประหารมีคำสั่งอย่างอื่น
แถลงการณ์ฉบับที่ 5 เรื่อง ให้นิสิตนักศึกษามีส่วนรวมในทางการเมือง
ให้นิสิตนักศึกษา มีสิทธิเลือกตั้ง และถ้าคนไหนมีข้อแนะนำในการบริหารประเทศ ให้ส่งจดหมายมาที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200แถลงการณ์ฉบับที่ 6 เรื่อง การแก้ไขความเดือดร้อนของบรรดาพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ชาวนาชาวไร่
เนื่องจากคณะรัฐประหารเห็นถึงปัญหาค่าครองชีพของผู้ใช้แรงงาน แต่ด้วยสถานะการณ์ในตอนนี้ ให้อย่าเพิ่งชุมนุมกัน เพราะอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีใช้โอกาศก่อความไม่สงบแถลงการณ์ฉบับที่ 7 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง
ในระหว่างที่ประกาศกฎอัยการศึก ห้ามประชุมทางการเมืองที่ใดๆตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ถ้าฝ่าฝืนจำคุก 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแถลงการณ์ฉบับที่ 8 เรื่อง ห้ามกักตุนสินค้า
เนื่องด้วยในการที่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้เข้ายึดอำนาจในการปกครองในครั้งนี้ มุ่งหวังให้บ้านเมือง มีความสงบเรียบร้อย มีความเจริญรุ่งเรืองและประชาชนได้รับความเป็นธรรม ในการซื้อขายสินค้าเป็นสำคัญ จึงห้ามมิให้ผู้ใดกักตุนสินค้า หรือขึ้นราคาสินค้าทุกประเภทถ้าหากผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่าเป็นความผิดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แถลงการณ์ฉบับที่ 9 เรื่อง นโยบายต่างประเทศ
ตามที่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ยึดและควบคุมอำนาจการปกครองประเทศไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 นั้น
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะยึดมั่นในหลักกฎบัตรสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ เพื่อผลประโยชน์ของชาติจะรักษาไว้ ซึ่งสิทธิและจะปฏิบัติตามพันธะกรณีในสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำไว้กับนานาประเทศ ภายใต้หลักเกณฑ์แห่งความเสมอภาคโดยเคร่งครัด
จะส่งเสริมและรักษาไว้ ซึ่งความสัมพันธ์อันดี ที่มีอยู่ สำหรับชาวต่างประเทศ คณะทูตานุทูต กงศุล สถานเอกอัคราชทูต และองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จะได้รับการคุ้มครองจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
แถลงการณ์ฉบับที่ 10 เรื่อง ขอความร่วมมือในการเสนอข่าว
ตามที่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ยึดอำนาจการปกครองไว้เรียบร้อยแล้ว นั้น
เพื่อให้เกิดความสามัคคีภายในชาติอันจะเป็นรากฐานในการแก้ไขวิกฤติ และฟื้นฟูประเทศชาติให้ลุล่วงไปได้ด้วยเร็ว คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จึงขอความร่วมมือร่วมใจ มายังสื่อมวลชนทุกสำนัก ทุกประเภท ทุกแขนง ตลอดจนผู้ประกอบการสื่อมวลชนทุกราย และสื่อมวลชนทุกคน
ได้โปรดร่วมกันเสนอข่าวสาร ตามความเป็นจริง และเป็นไปในทางสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูความสามัคคีภายในชาติ ทำให้ประเทศชาติกลับสู่ความสงบสุขโดยเร็วที่สุด
ประเทศชาติของเราได้บอบช้ำ เพราะความแตกแยก แตกความสามัคคีมากพอแล้ว จึงจำเป็นที่พี่น้องประชาชนชาวไทย ทุกคน จะได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูชาติบ้านเมือง ฟื้นฟูความสามัคคี นำความสงบสุขกลับคืนประเทศชาติ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเร็วที่สุด
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความหวังอย่างแรงกล้าที่จะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านอย่างพร้อมเพียงกัน
จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
แถลงการณ์ฉบับที่ 11 เรื่อง แต่งตั้งบุคคลสำคัญ ดำรงตำแหน่งในคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข
เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และควบคุมสถานการณ์ทั่งปวงอันอาจเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดี ต่อชาติบ้านเมืองให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด จึงให้แต่งตั้ง บุคคลดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนี้
- พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น ประธานที่ปรึกษาคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก เป็น หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนที่ 1
- พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็น รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนที่ 2
- พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนที่ 3
- พล.อ.วินัย ภัทธิยะกุล เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็น เลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนที่ 3
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ปฎิกิริยาของต่างประเทศ
นานาชาติร่วมแสดงทัศนคติหลังเกิดเหตุคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาล โดยส่วนใหญ่หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
- สหประชาชาติ - โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า ขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยยังคงอยู่ในความสงบ พร้อมกับกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชาวไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และยังมีสถานบันต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การนำของพระมหากษัตริย์ ดังนั้น เขาจึงมั่นใจว่าคนไทยจะสามารถฟื้นฟูสถาบันดังกล่าว และกลับสู่ระบบประชาธิปไตยได้อย่างรวดเร็วที่สุด [2]
- สหภาพยุโรป - ประธานสหภาพยุโรปได้แสดงความวิตกกังวลอย่างใหญ่หลวงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมกับเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องกลับคืนสู่ระเบียบประชาธิปไตยโดยทันที
สหรัฐอเมริกา - จอห์น โบลตัน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติเผยว่า แน่นอนว่า สหรัฐฯ คาดหวังที่จะเห็นกระบวนการประชาธิปไตยตามมาหลังจากการปฏิวัติ [3]
ประเทศฟิลิปปินส์ - อันโตนิโอ โรดริเกซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยระบุว่า การปฏิวัติครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมืองภายใน และทางฟิลิปปินส์จะรอคอยเพื่อการแก้ไขวิกฤตการณ์
ประเทศญี่ปุ่น - ทาโร อะโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าการทำรัฐประหารครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ประเทศญี่ปุ่นกำลังจับตาดูสถานการณ์ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และหวังเป็นอย่างมากว่าสถานการณ์และโครงสร้างการปกครองจะกลับสู่ปกติโดยเร็ว[4]
ประเทศเกาหลีใต้ - โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขสถานการณ์อย่างสงบ โดยทางเกาลีใต้หวังว่าความสงบจะกลับคืนสู่ประเทศไทยตามกระบวนการทางกฎหมาย
ประเทศนิวซีแลนด์ - นายกรัฐมนตรี เฮเลน คลาร์ก ของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ประเทศนิวซีแลนด์ประณามกระบวนการใดๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อล้มล้างรัฐบาลทุกชนิด หากกระบวนการนั้นที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้พลเมือนิวซีแลนด์พิจารณาการเลื่อนเดินทางมาประเทศไทยจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน[5]
ออสเตรเลีย - อเล็กซานเดอร์ ดาวเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสถานการณ์การปฏิวัติที่เกิดขึ้น และว่าเมื่อได้เห็นประชาธิปไตยถูกทำลายถือเป็นเรื่องที่ทางการออสเตรเลียเป็นกังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทางการออสเตรเลียจะดูผลที่จะตามมาก่อน และขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา
มีการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเกิดขึ้นในนครนิวยอร์ค หน้าสถานกงสุลไทย โดยผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายปกป้องรัฐธรรมนูญประชาชนไทย(คลิกเพื่อดูเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ)
เกร็ดความรู้
กำลังทหารที่เข้าทำการรัฐประหารในกรุงเทพฯ
ได้ติดแถบผ้าสีเหลืองตามพลทหารและรถถัง
เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
edit @ 2006/10/26 17:44:37








